THE SCHOOL OF FINE ART 14-15-16-17-18-19-20  (159 views)

What is THE SCHOOL OF FINE ART doing now?

หมายกำหนดการงานพระราชทานเพลิงศพอาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข คือวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553 เวลา 17.00 น. ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม
2 days ago  ·  Comment »

Age

21

Location

Thailand

Birthday

January 1
 
Advertisement

Info

Age

21

Birthday

January 1

Location

Thailand

 

About Me

การสั่งสมบารมี คุณงามความดีของคนเรานั้น เป็นสิ่งไม่ง่ายสำหรับปุถุชนธรรมดา ๆ ทั่วไป เพราะการเพียรประกอบความดีนั้น มิใช่เป็นสิ่งที่ทุกคนมีความอยากหรือความปรารถนา ที่จะทำให้ลุล่วงไปด้วยเวลาเพียงประเดี๋ยวหนึ่งเท่านั้น


หากว่าคงจะต้องทำกันทั้งชีวิตนั่นแหละ เมื่อนึกถึงตรงนี้เราต้องคิดแล้วละว่า ผู้ที่จะปฏิบัติตนให้ถึงซึ่งคุณงามความดีได้ เขาผู้นั้นคงต้องปฏิบัติอยู่เป็นนิจสิน... เป็นนิสัย และทำแล้วคงไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ ... เพราะไม่ใช่ทำเพราะความอยาก... อยากได้ใคร่ดี... อยากเด่นอะไรแบบนี้...!


อาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข เป็นครูบาอาจารย์ เป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ศิลปะที่มีชื่อเสียงเกียรติคุณระบือไกล เป็นปูชนียบุคคลที่สั่งสมบารมีแห่งความดีงามด้วยหัวใจ ที่กลั่นออกมาเป็นกิจวัตรประจำกระทำเป็นนิสัย มิได้ทำเพราะอยาก... อยากดี... อยากดัง อะไรทำนองนี้


http://www.oknation.net/blog/print.php?id=182696

Interests

สวัสดิ์ ตันติสุข
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สวัสดิ์ ตันติสุข ศิลปินแห่งชาติ
สวัสดิ์ ตันติสุข (24 เมษายน พ.ศ. 2468 - 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ) ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี พ.ศ. 2534 ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรมประเภทวิจิตรศิลป์ สาขาจิตรกรรม อาจารย์สวัสดิ์เป็นศิลปินอาวุโสคนสำคัญ ผู้บุกเบิกศิลปะสมัยใหม่ของประเทศ มีผลงานจิตกรรมดีเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะทั้งในอดีตและปัจจุบัน ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานกว่า 50 ปี การบุกเบิกงานจิตกรรมที่สำคัญ คือ ได้สร้างสรรค์ผลงานจากแบบที่เป็นรูปธรรมเข้าสู่แบบนามธรรมซึ่งมีผลต่อพัฒนาการด้านจิตกรรมของศิลปินรุ่นหลังเป็นอย่างมาก ทำให้ศิลปินไทยประสบความสำเร็จในวงการศิลปะนานาชาติ และยังได้อุทิศตนให้กับการสอนและการเผยแพร่ศิลปะโบราณและสมัยใหม่ให้แก่นักศึกษาในสถาบันการศึกษาและประชาชนทั่วไป ได้ร่วมแสดงผลงานในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ศิลปะนานาชาติ และการแสดงศิลปะอื่นๆ มากมายจนถึงปัจจุบัน ผลงานศิลปะและวิชาการทางศิลปะเป็นประโยชน์ต่อสังคมในทางสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก
การศึกษาและการทำงาน
นายสวัสดิ์ สันติสุข สำเร็จการศึกษา ระดับ ป.ป.ช. จากโรงเรียนเพาะช่าง กรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2485 อนุปริญญาศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต จาก มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อ พ.ศ. 2488 ต่อมา ได้ไปศึกษาต่อด้านจิตรกรรมในต่างประเทศที่สถาบันศิลปะแห่งกรุงโรม ประเทศอิตาลี (Academy of Fine Arts, Rome) และได้รับประกาศนียบัตรจิตรกรรม เมื่อ พ.ศ. 2513
หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร นายสวัสดิ์ สันติสุขได้เริ่มเข้ารับราชการในตำแหน่งช่างตรีในแผนกหัตถศิลป์ กองสถาปัตยกรรม ในกรมศิลปากร ต่อมา ได้เลื่อนเป็นหัวหน้าแผนกกลาง ในสังกัดมหาวิทยาลัยศิลปากรเมื่อ พ.ศ. 2497 อีก 7 ปี ต่อมา คือ ใน พ.ศ. 2504 อาจารย์สวัสดิ์ก็ได้การเลื่อนเป็นอาจารย์ใหญ๋โรงเรียนช่างศิลป์ กรมศิลปากร ได้ดำรงตำแหน่งนี้อยู่ถึง 14 ปี จึงได้รับการเลื่อนเป็นผู้อำนวยการวิทยายช่างศิลป์ในกรมศิลปากร อาจารย์สวัสดิ์ สันติสุขได้ดำรงตำแหน่งนี้ตลอดมาจนเกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. 2528 ในตำแหน่งช่างศิลป์ระดับ 9
ผลงาน
แม้อาจารย์สวัสัสดิ์ ตันติสุขจะปฏิบัติงานในหน้าที่ของข้าราชการอย่างเต็มเวลา แต่ท่านก็ยังใช้เวลานอกราชการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพออกมาอย่างต่อเนื่อง ผลงานหลายชิ้นของท่านได้รับการยกย่องผ่านการประกวดในระดับชาติ ดังนี้
• รางวัลในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ สาขาจิตรกรรม ได้รับเกียรติเป็นศิลปินชั้นเยี่ยม พ.ศ. 2498
• รางวัลเหรียญทอง การแสดงงานจิตรกรรม เมืองราเวนนา อิตาลี พ.ศ. 2502
• รางวัลที่ 1 ประเภทจิตรกรรมมหาวิทยาลัยแห่งกรุงโรม พ.ศ. 2503
• รางวัลที่ 2 การแสดงศิลปะระหว่

Favorite Music

คำประกาศเกียรติคุณ

นายสวัสดิ์ ตันติสุข เกิดเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๖๘ ที่กรุงเทพมหานคร เป็นศิลปินอาวุโสคนสำคัญผู้บุกเบิกศิลปะสมัยใหม่ของประเทศ มีผลงานจิตกรรมดีเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะทั้งในอดีตและปัจจุบันได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานกว่า ๕๐ ปี การบุกเบิกงานจิตกรรมที่สำคัญคือได้สร้างสรรค์ผลงานจากแบบที่เป็นรูปธรรมเข้าสู่แบบนามธรรมซึ่งมีผลต่อพัฒนาการด้านจิตกรรมของศิลปินรุ่นหลังเป็นอย่างมาก ทำให้ศิลปินไทยประสบความสำเร็จในวงการศิลปะนานาชาติ และยังได้อุทิศตน ให้กับการสอนและการเผยแพร่ศิลปะโบราณและสมัยใหม่ให้แก่นักศึกษาในสถาบันการศึกษาและประชาชนทั่วไป ได้ร่วมแสดงผลงานในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ศิลปะนานาชาติ และการแสดงศิลปะอื่นๆ มากมายจนถึงปัจจุบัน ผลงานศิลปะและวิชาการทางศิลปะเป็นประโยชน์ต่อสังคมในทางสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก ได้รับรางวัลและเกียรติคุณจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติและนานาชาติ เป็นศิลปินชั้นเยี่ยมของการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ดำรงชีวิต สร้างสรรค์ศิลปะ และประกอบกิจการงานด้วยคุณธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลัง

นายสวัสดิ์ ตันติสุข จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๔

http://art.culture.go.th/index.php?case=artistDetail&art_id=69&pic_id=&side=ach_prt
 

Favorite Movies

สวัสดิ์ ตันติสุข : กว่าหกสิบห้าปีบนเส้นทางแห่งการสร้างสรรค์

โดย ปาน...น้ำ



“ ควรแบ่งเวลาให้เหมาะสม ฝึกฝนหลากเทคนิค อย่าตั้งใจเกินไป ให้ปล่อยใจเล่นสนุกอย่างเสรี และไม่ควรท้อถอย หากทำได้ เมื่อ“ใจ”มี ไม่ช้า“ฝีมือ”จะมาเอง ”


คำกล่าวนี้อาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์(จิตรกรรม)พ.ศ.2534 มักจะใช้สรุปในการถ่ายทอดให้ผู้ที่รักชอบและมีใจรักที่อยากจะปฎิบัติงานศิลปะ เขาเข้าศึกษาคณะจิตรกรรม และประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรเมื่อพ.ศ.2486 หลังจากจบการศึกษาวุฒิ ป.ป.ช.จากโรงเรียนเพาะช่างด้วยคะแนนสูงระดับต้นๆ ตามเกณฑ์ เข้ามาเป็นนักศึกษารุ่นแรกของมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยไม่ต้องผ่านการสอบคัดเลือกในสมัยที่มีศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีเป็นผู้บุกเบิกในยุคแรก


ศิลปินแห่งชาติท่านนี้ถือกำเนิดและเติบโตในบ้านเรือนไทยหลังคาแฝดริมคลองภาษีเจริญ เขาเป็นลูกคนกลางในบรรดาพี่น้องชายล้วน 3 คน บิดามารดามีอาชีพทำสวน ปลูกทั้งพืชล้มลุกและไม้ยืนต้น บนเนื้อที่ 7 ไร่เศษ มีรายได้จากการนำพืชผลในสวนใส่เรือล่องขายตามละแวกคลองภาษีเจริญเรื่อยไปจนถึงถึงหนองแขม นอกจากนี้ยังมีรายได้จากชาวนาส่วนใหญ่ที่เชื่อของไว้โดยชำระด้วยวิธีตกข้าวเปลือกเมื่อสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวในแต่ละปี และยังซื้อเพิ่มเพื่อนำมาขายได้กำไรเป็นค่าใช้จ่าย ตลอดจนเป็นทุน ส่งเสียเลี้ยงดูให้การศึกษาแก่ลูกๆ ในวัยเด็ก สวัสดิ์เข้ารับการศึกษาชั้นต้นจากโรงเรียนวัดรางบัว โรงเรียนวัดนวลนรดิศ และขอตามพี่ชายไปเรียนในโรงเรียนเพาะช่าง กระทั่งมีโอกาสเรียนจนจบอนุปริญญาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ตามลำดับ


“ความคิดเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสรรค์งานศิลปะ ให้ใช้สมอง(ความคิด)และมือ(ฝีมือ)ไปด้วยกัน”


“ทำงานจิตรกรรมอย่าทาสี จงระบายสี”


“ ควรทำใจให้ว่างไม่มีอคติใดๆ แล้วให้รูป(งานศิลปะ)พูดกับเรา” ฯลฯ


ประโยคต่างๆ เหล่านี้ ของท่านศาสตราจารย์ศิลป พีระศรีถูกถ่ายทอดออกมาจากความทรงจำอันแจ่มชัดของสวัสดิ์ผู้เป็นศิษย์ที่ถืออาจารย์ท่านนี้เป็นเสมือนบิดาผู้ให้กำเนิดทางศิลปะ เมื่อประมวลความรู้ทั้งหมดที่ได้รับ ประกอบกับความขยัน อดทน ไม่ยอมแพ้ ทำให้ สวัสดิ์ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในวงการศิลปะได้ไม่ยาก และไม่นาน แนวทางสร้างสรรค์งานของเขามีรากฐาน และ ก่อร่างสร้างเป็นแก่นอันเป็นลักษณะเฉพาะตัวขึ้นจากความคิดที่ “ต้องให้แตกต่างจากคนอื่น”บางครั้ง สวัสดิ์ ถึงกับกล้าใช้คำว่า “คิดพิเรนทร์ ไม่เหมือนใคร” มาจนถึง “เล่น- เรียน เรียน-เล่น” ต่อยอดทางความคิด แล้วถ่ายทอดต่อให้ศิษย์ในวันนี้


พ.ศ.2499-2503 สวัสดิ์มีโอกาสเดินทางไปศึกษาต่อยังสถาบันวิจิตรศิลป กรุงโรม ประเทศอิตาลี ประสบการณ์ครั้งนั้นช่วยเพิ่มพูนทักษะ รวมถึงโอกาสแสดงความสามารถอันโดดเด่น ให้เป็นที่ประจักษ์ ที่นี่เขาเริ่มเข้าใจในคุณค่างานนามธรรม และเริ่มปฎิบัติงานในแนวทางนามธรรม ด้วยเทคนิคสีน้ำมันเวลาต่อมา ระหว่างศึกษา และก่อนกลับประเทศไทยในปีพ.ศ.2503 เขาได้รางวัลชนะเลิศจากการประกวดงานศิลปะระดับเยาวชนหลายรางวัล ครั้งสำคัญได้แก่การประกวดที่เมืองราเวนนา และการประกวดระดับชาติทั่วทั้งประเทศอิตาลี ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ สภาวัฒนธรรมอิตาลี แห่งภาคตะวันออกกลาง และตะวันออกไกล ( Is.MEO )ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อุปถัมภ์ทุนให้ ได้จัดนิทรรศการพิเศษสำหรับเขาขึ้น ทั้งที่ในกรุงโรมและสาขาเมืองมิลาน


นอกจากนี้เขาเป็นศิลปินที่มีทักษะ ชำนาญในการใช้สีน้ำหาตัวจับยากคนหนึ่ง ความช่างสังเกต ความบังเอิญ และโชค มักจะปรากฏขึ้นพร้อมๆ กันในบางจังหวะชีวิต บ่อยครั้งที่ปรากฏการณ์เหล่านี้ส่งผลให้เกิดผลงานที่ทำให้เขาหลงรักและหวงแหนหลายภาพ หลายรางวัลใหญ่จากทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้เกียรติประวัติของศิลปินท่านนี้อยู่ในแถวหน้าของผู้มากด้วยคุณานุประการต่อวงการศิลปะบ้านเรา เขาเป็นทั้งศิลปินชั้นเยี่ยม ราชบัณฑิต ได้รับเกียรติเป็นดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาจิตรกรรม จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นอาจารย์ วิทยากร กรรมการ ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม และภาคภูมิใจเป็นที่สุดเมื่อได้เข้ารับพระราชทาน เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาวิจิตรศิลป์ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปีพ.ศ.2546


กว่าหกสิบห้าปีที่อุทิศชีวิตให้คำว่า “ศิลปะ” ผลงานและเกียรติประวัติของเขาจะได้รับการ ถ่ายทอดสู่สาธารณชน เนื่องในโอกาสที่ปีพ.ศ.2552 อาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุขจะครบวาระ 7 รอบ กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลปเจ้าฟ้า จึงมีมติเห็นชอบจัด “นิทรรศการพิเศษเพื่อ เชิดชูเกียรติศิลปินอาวุโส ประจำปีพุทธศักราช 2551 : ศิลปกรรมย้อนหลัง สวัสดิ์ ตันติสุข ศิลปินแห่งชาติ” ประกอบด้วยภาพวาดจำนวนไม่ต่ำกว่า 150 ภาพนับแต่พ.ศ.2485 จวบปัจจุบัน พิธีเปิดอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 9 เมษายน 2551 เวลา 18.00 น. บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่ 10 เมษายน - 29 พฤษภาคมนี้ เวลา 8.30 – 16.30 น. เว้นวันจันทร์ อังคาร และวัน หยุดนักขัตฤกษ์




--------------------------------------------------------------------------------


นิทรรศการพิเศษเพื่อเชิดชูเกียรติศิลปินอาวุโส ประจำปีพุทธศักราช 2551 : ศิลปกรรมย้อนหลัง "สวัสดิ์ ตันติสุข" ศิลปินแห่งชาติ

โดย ปาน

เมื่อพูดถึงศิลปินในยุคบุกเบิกแรกเริ่มของวงการศิลปะร่วมสมัยในบ้านเรา ผู้อยู่ในวงการศิลปะน้อยใหญ่วัย 80 จนถึงรุ่นหลาน หากเอ่ยนาม สวัสดิ์ ตันติสุข คงมีน้อยคนนักที่จะไม่เคยผ่านตาผลงานของเขา


ด้วยบุคลิก ที่นุ่มนวล โอบอ้อม และอ่อนโยน ทำให้ศิลปินใหญ่ท่านนี้เป็นที่รักและได้รับการยกย่อง ยอมรับนับถือได้ไม่ยากจากทุกสถานะ


เขาใช้ชีวิตอยู่กับศิลปะมาแล้วกว่า 65 ปี เริ่มจากโรงเรียนเพาะช่างเมื่อปีพ.ศ.2483 มหาวิทยาลัยศิลปากร จนกระทั่งได้รับทุนจากสภาวัฒนธรรมอิตาลีแห่งภาคตะวันออกกลางและตะวันออกไกล ( IsMeo )โดย Prof. Tucci และการสนับสนุนจากศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีที่เปรียบเสมือนบิดาทางศิลปะ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตรซึ่งเป็นองค์อุปถัมถ์ ทั้งสองท่านนับเป็นผู้มีอุปการคุณ ให้ความเมตตาและอุปถัมภ์จนประสบความสำเร็จในเบื้องต้น อันเป็นความสำเร็จที่หยั่งราก ฝังลึกจากต้นกล้าจนเติบใหญ่เป็นไม้ที่แผ่กว้างให้ร่มเงาแก่ศิษย์น้อยใหญ่


เมื่อได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาต่อยังสถาบันวิจิตรศิลป์ กรุงโรมโดยเข้าเป็นศิษย์ของPro.Franco Gentilini ศิลปินผู้มีผลงานเป็นที่ยอมรับคนหนึ่งในศตวรรษที่20 ชาวอิตาเลียน (1909-1981) เวลา 4 ปีที่อิตาลี เขาได้เริ่มสะสมประสบการณ์สู้ชีวิต และพัฒนาการทำงานจนสามารถพิสูจน์ให้ได้ประจักษ์จากรางวัลชนะเลิศระดับเยาวชนหลายรางวัล อันเป็นผลทำให้มีการจัดแสดงผลงานเดี่ยวเป็นเกียรติให้ก่อนเดินทางกลับ ระหว่างนั้นเป็นช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จประพาสยุโรป รวมทั้งประเทศอิตาลี


แต่เนื่องจากเขาต้องเป็นตัวแทนศิลปินไทยเข้าประชุมที่กรุงเวียนนา ร่วมกับศ.ศิลป พีระศรี และ อ.เฟื้อ หริพิทักษ์ จึงไม่มีโอกาสเข้าเฝ้ารับเสด็จฯด้วยตนเอง แต่ฯพณฯไพโรจน์ ชัยนาม ซึ่งเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโรมในเวลานั้นได้นำภาพเขียนชื่อ “Duomo Milano”ซึ่งเขียนขึ้นก่อนจะออกเดินทางไปทำหน้าที่ดังกล่าว ถวายแทนตัว


เมื่อกลับมาก็ได้มีโอกาสรับใช้อยู่ในราชการ กรมศิลปากร ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะต่างๆ ทั้งเป็นข้าราชการ ผู้บริหาร ครูอาจารย์ ศิลปิน กรรมการคัดเลือกตัดสินผลงานทางศิลปะหลายระดับ ทั้งในและนอกประเทศ วิทยากร แม้กระทั่งการให้ความร่วมมือแก่ส่วนราชการและเอกชนทั้งหลายในโครงการต่างๆ ที่จัดขึ้นเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ จนเกษียณอายุราชการ ในตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยช่างศิลป กรมศิลปากรเป็นตำแหน่งสุดท้าย เมื่อปีพ.ศ.2528


จากเด็กชายชาวสวนนิสัยใจร้อน ละแวกบางแค นั่งพายเรือในคลองภาษีเจริญไปเรียนที่โรงเรียนวัดรางบัว และวัดนวลนรดิศกับพี่ชาย จนมีโอกาสได้ตามพี่ชายเข้าไปศึกษาในโรงเรียนเพาะช่างด้วยวิธีรบเร้าให้พี่ชายพาไปสมัครเข้าชั้นเรียนทั้งที่โรงเรียนเปิดเรียนไปแล้วถึง 1 เดือน เพราะไม่ชอบที่จะต้องทนทำสวนอยู่กับบ้าน


เขาได้พัฒนาฝีมือจาก คะแนน 4 เต็ม 10จนได้รางวัล ที่ 3 และที่ 2 ตามลำดับ จากการประกวดเขียนภาพที่จัดขึ้นเป็นพิเศษที่โรงเรียนเพาะช่าง อีกทั้งประสบการณ์การถ่ายทอดที่ส่งผลทางจิตวิทยาเชิงบวกแก่ศิษย์จากคุณครูแนบ บังคม ด้วย ความมุ่งมั่น อุตสาหะ ช่างสังเกต และไม่ยอมแพ้ ประกอบกับจังหวะชีวิตช่วยส่งให้สวัสดิ์ ตันติสุขได้มายืนอยู่ในจุดสูงสุด ณ วันนี้


ด้วยวัย 83 เขายังรักที่จะสร้างงานศิลปะด้วยพลังใจที่ไม่เคยดับมอด แม้ร่างกายและสุขภาพจะไม่ค่อยเอื้อและเกื้อต่อการสร้างสรรค์ผลงานตามที่ใจประสงค์ก็ตาม


จากผลงาน และเกียรติประวัติที่ได้รับมา ในโอกาสที่ศิลปินอาวุโสท่านนี้ สวัสดิ์ ตันติสุข กำลังจะครบวาระ 7 รอบ ในปี 2552 กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าฟ้า ได้มีมติเห็นชอบที่จะจัด นิทรรศการพิเศษเพื่อเชิดชูเกียรติศิลปินอาวุโส ประจำปีพุทธศักราช 2551 : ศิลปกรรมย้อนหลัง "สวัสดิ์ ตันติสุข" ศิลปินแห่งชาติ ขึ้น


ในนิทรรศการจะประกอบไปด้วยผลงานไม่ต่ำกว่า 150 ภาพ ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2485 จนถึงปัจจุบัน


โดยจะทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ในวันพุธที่ 9เมษายน 2551 เวลา 18.00 น. และจะเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ ตั้งแต่ 10 เมษายน - 29 พฤษภาคม 2551 ตั้งแต่ เวลา 8.30 ถึง 16.30 น.
เว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์


จึงขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมชมนิทรรศการได้ตามวันและเวลาดังกล่าว.

http://cfa.bpi.ac.th/sawasdi_data.html
 

Favorite TV Shows

คมชัดลึก : สิ้น "สวัสดิ์ ตันติสุข" ศิลปินอาวุโสของเมืองไทย ติดเชื้อในกระแสเลือด สิริอายุ 84 ปี จัดพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ วันที่ 6 สิงหาคมนี้ ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม


นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) เปิดเผยว่า นายสวัสดิ์ ตันติสุข ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พุทธศักราช 2534 ได้ถึงแก่กรรมลงแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 4 สิงหาคม เวลา 22.45 น.โดยประมาณ ณ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค เนื่องจากติดเชื้อในกระแสโลหิต สิริอายุได้ 84 ปี โดยจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม เวลา 17.30 น. ณ ศาลา 7 วัดมกุฏกษัตริยาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ และสวดพระอภิธรรมศพ เป็นเวลา 5 วัน หลังจากนั้นจะเก็บศพไว้บำเพ็ญกุศล และดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพ ซึ่งจะแจ้งให้ทราบในลำดับต่อไป ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่สูญเสียศิลปินแห่งชาติที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยอีกท่านหนึ่ง และสวช.ได้จัดสวัสดิการช่วยเหลือศิลปินแห่งชาติที่ถึงแก่กรรมเป็นเงิน 135,000 บาท

ทั้งนี้ นายสวัสดิ์ ตันติสุข เกิดเมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2468 ปัจจุบันอายุ 84 ปี ที่ ต.บางแค อ.ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เป็นศิลปินอาวุโสคนสำคัญที่เป็นผู้บุกเบิกศิลปะสมัยใหม่ของประเทศ มีผลงานจิตรกรรมดีเด่นจนเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะทั้งในอดีตและปัจจุบัน จนได้รับรางวัลและเกียรติคุณจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติและนานาชาติ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจาก สวช.เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ. 2534


http://www.norsorpor.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/m1609837/%C7%A7%A1%D2%C3%C8%D4%C5%BB%D0%E0%C8%C3%E9%D2%CA%D4%E9%B9++%CA%C7%D1%CA%B4%D4%EC+%B5%D1%B9%B5%D4%CA%D8%A2+%C8%D4%C5%BB%D4%B9%E1%CB%E8%A7%AA%D2%B5%D4%CA%D2%A2%D2%B7%D1%C8%B9%C8%D4%C5%BB%EC%BB%D5+2534
 

Favorite Books

มูลนิธิสวัสดิ์ ตันติสุข


มูลนิธิสวัสดิ์ ตันติสุข จัดตั้งขึ้นด้วยความกตัญญูกตเวทีของผู้ใต้บังคับบัญชา ลูกศิษย์และผู้เคารพนับถือ ในวาระเกษียณอายุราชการของท่าน
เมื่อปีพุทธศักราช 2528 ได้รับการจัดตั้งเป็นมูลนิธิ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541 ได้รับการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542

วัตถุประสงค์
1. เพื่อสดุดีเกียรติคุณของท่านอาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข ผู้ซึ่งเป็นศิลปินยอดเยี่ยม ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาจิตรกรรมและราชบัณฑิต 2. สนับสนุนส่งเสริมกิจการและการศึกษาของวิทยาลัยช่างศิลป
3. สนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาศิลปะ 4. สนับสนุน ส่งเสริมการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปะ

กิจกรรมที่มูลนิธิได้ดำเนินการ อาทิเช่น การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยช่างศิลปทั้ง 3 แห่ง การนำผู้สนใจทางศิลปะไปเขียนภาพทิวทัศน์ทะเล
การเยี่ยมบ้านศิลปินเพื่อชมผลงานและเสวนากับศิลปิน การจัดนิทรรศการศิลปกรรม "ด้วยรักและศรัทธาอาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข"

--------------------------------------------------------------------------------
คณะกรรมการมูลนิธิฯชุดที่ ๒ ดังนี้
๑.นายธงชัย รักปทุม
๒.พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุทธารมย์
๓.นายนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน
๔.นายกมล สุวุฒโฑ
๕.นางอิงอร หอมสุวรรณ์
๖.นางสาวพัชรี ผลานุรักษา
๗.นางสมบัติ กุลางกูร
๘.นายสาคร โสภา
๙.นายณรงค์ บุญโพธิ์แก้ว
๑๐.นางนนทิรา บุญโพธิแก้ว
๑๑.นางขนิษฐา ลิมปิชาติ
๑๒.นายศุภชัย สุกขีโชติ
๑๓.นายวิฑูรย์ ไชยดี
๑๔.นายสนั่น รัตนะ
๑๕.นายธีรยุทธ จั่นฝังเพ็ชร
๑๖.นางรัชฎาภรณ์ ศรีพฤกษชาติ
๑๗.นายโอฬาร ชำนิ
๑๘.นางสาวสุนีย์ เข่งเจริญ
๑๙.นายนภพงศ์ กู้แร่
๒๐.นายบุญพาด ฆังคะมะโน ที่ปรึกษา
ที่ปรึกษา
ที่ปรึกษา
ที่ปรึกษา
ที่ปรึกษา
ประธานกรรมการมูลนิธิ
รองประธานกรรมการมูลนิธิ
รองประธานกรรมการมูลนิธิ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเหรัญญิก
กรรมการและผู้ช่วยเหรัญญิก
กรรมการและผู้ช่วยเหรัญญิก
กรรมการและเลขานุการ
กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
 

Favorite Quote

กำไรของชีวิตคือความสุขในศิลปะ



ศิลปะพิจารณ์ / 'นอม ปทัสถาน'



สังคมปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยเงื่อนไขทางเศรษฐกิจเป็นหลัก เดิมทีกลไกเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเรื่องความขาดแคลนด้านวัตถุของมนุษย์ แต่แม้เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ จะพัฒนาไปไกลจนเกินความต้องการพื้นฐานแล้ว ระบบที่ครอบคลุมวิถีการทำมาหากินของคนในสังคมอยู่ก็เป็นเหมือนเครื่องจักรที่ไม่มีวันหยุดพัก มันต้องเดินหน้าเจริญเติบโตไปเรื่อยๆ ด้วยอัตราเร่งที่ต้องเพิ่มขึ้นเสมอ ขณะที่ช่องว่างระหว่างกลุ่มคนที่อยู่หัวขบวนกับคนในส่วนอื่นๆ ซึ่งถูกทอดทิ้งไว้ตามรายทางจะห่างจากกันมากขึ้นตามไปด้วย

เงื่อนไขดังกล่าวส่งผลต่อศิลปะร่วมสมัยใน 2 ด้านเป็นอย่างน้อย ด้านหนึ่ง เกิดระบบการจัดการเรื่องเงินทุนหรือธรรมเนียมการซื้อขายงานศิลปะที่สมน้ำสมเนื้อกับการสร้างสรรค์ของศิลปินมากขึ้น ศิลปินที่มีความสามารถไม่ต้องลำบากเหมือนในอดีตอีกแล้ว แต่แน่นอนว่าแหล่งเงินทุนหรือกระแสความนิยมในตลาดอาจจะมากำหนดการสร้างสรรค์ให้เป็นไปในแนวทางใกล้เคียงกัน จนละเลยงานบางประเภทไปอย่างน่าเสียดาย อีกด้านหนึ่ง ภาวะทางเศรษฐกิจที่บีบคั้นจนเกิดความตึงเครียดไปทั่วสังคม ย่อมกระทบต่อความคิดและพฤติกรรมของผู้คน เช่นเดียวกับแรงบันดาลใจของศิลปิน เพราะฉะนั้นศิลปินส่วนหนึ่งจึงแสดงออกผ่านรูปแบบหรือเนื้อหาที่จริงจังรุนแรง เพื่อแสดงความรู้สึกนึกคิดของตน สะท้อนปัญหาสังคม หรือเสนอแนวคิดบางอย่าง

ความหมายของศิลปะตามพื้นฐานที่เป็นเครื่องอำนวยความเพลิดเพลินเจริญใจให้แก่ผู้คน อาจจะพอหลงเหลือให้เห็นบ้างในงานศิลปะเด็กหรืองานของศิลปินสมัครเล่น แต่ก็จะอยู่ในขอบเขตของทักษะที่จำกัด

ความรู้สึกอันเป็นสุขในการทำงานอย่างอิสระไร้แรงกดดัน มักจะสัมผัสได้ในงานศิลปะยุคก่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ หรือในงานของศิลปินที่เติบโตมาก่อนนั้น และจะรู้สึกได้เวลาเข้าไปชมงานนิทรรศการประเภทศิลปกรรมย้อนหลัง (Retrospective) ของศิลปินอาวุโสที่ผ่านยุคสมัยมายาวนาน กลิ่นอายที่สะท้อนออกมาจากตัวงานในห้องนิทรรศการเหมือนจะจำลองบรรยากาศในอดีตให้หวนคิดทบทวนถึงห้วงเวลาที่ผ่านมากันอีกครั้ง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป กรมศิลปากร หรือ “หอศิลปแห่งชาติ” เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่มีโครงการสนับสนุนเชิดชูเกียรติศิลปินอาวุโสผู้สร้างสรรค์งานศิลปะที่มีคุณค่าและเป็นที่ยอมรับมาตลอด ด้วยการจัดนิทรรศการพิเศษเพื่อเผยแพร่ผลงานและเกียรติคุณของศิลปินแก่สาธารณะ สำหรับปีนี้เป็นนิทรรศการศิลปกรรมย้อนหลังของ สวัสดิ์ ตันติสุข ศิลปินชั้นครูผู้บุกเบิกจิตรกรรมสมัยใหม่คนสำคัญอีกท่านหนึ่ง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 เมษายน – 29 พฤษภาคม 2551 ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลปะ ถนนเจ้าฟ้า นั่นเอง

สวัสดิ์ ตันติสุข ได้ชื่อว่าเป็น “ครูแห่งครู” โดยแท้ เพราะนับแต่จบการศึกษาจากโรงเรียนเพาะช่างในปี 2485 และจบการศึกษาสาขาจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ปี 2488 ในฐานะ 1 ใน 8 ของนักศึกษารุ่นแรก เขาก็เริ่มเข้ารับราชการในกรมศิลปากรตั้งแต่ปี 2491 เป็นต้นมา และต้องสอนนักศึกษาคณะจิตรกรรมฯ ไปด้วย

หลังกลับจากศึกษาต่อที่อิตาลี ปี 2504 เขาก็มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนช่างศิลป กรมศิลปากร จนกระทั่งเกษียณอายุราชการปี 2528 ในตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยช่างศิลปนั่นเอง จากนั้นก็ยังทำงานเป็นกรรมการในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง และเป็นอาจารย์พิเศษหรือวิทยากรสอนศิลปะให้แก่เด็ก นักเรียนนักศึกษา และบุคคลทั่วไปเรื่อยมา เพราะฉะนั้นลูกศิษย์ลูกหาย่อมมากมายนับไม่ถ้วน

งานจิตรกรรมของ สวัสดิ์ ตันติสุข ขึ้นชื่อว่าเป็นฝีมือชั้นครูด้วย เขาเคยได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 1-2-3 เหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง ประเภทจิตรกรรมและเอกรงค์ จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ตั้งแต่ครั้งแรก ปี 2492 จนถึงครั้งที่ 6 ติดต่อกัน จนได้เป็นศิลปินชั้นเยี่ยมประเภทจิตรกรรมในปี 2498 นั่นเอง

และขณะเรียนอยู่ในประเทศอิตาลีระหว่างปี 2499-2503 เขาก็ได้รางวัลสำคัญของที่นั่นโดยตลอด หลังจากนั้นก็ยังได้รางวัลในระดับนานาชาติอีกหลายครั้ง

กระทั่งปี 2534 เขาก็ได้รับเกียรติยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ประเภทจิตรกรรม และได้รับเกียรติคุณอื่นๆ อีกตามสมควร

สวัสดิ์ ตันติสุข เกิดเมื่อปี 2468 ในบ้านสวนริมคลองละแวกบางแค ธนบุรี ปัจจุบันอายุ 83 ปีแล้ว ถ้านับจากผลงานที่เก่าแก่ที่สุดที่นำมาแสดงในนิทรรศการครั้งนี้คือภาพจิตรกรรมสีน้ำ “บ้านศิลปิน” ซึ่งวาดขึ้นในปี 2485 จนถึงผลงานในปัจจุบัน รวมระยะเวลากว่า 65 ปี ที่เขาสร้างสรรค์งานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

ลักษณะเฉพาะตัวในงานจิตรกรรมของ สวัสดิ์ ตันติสุข ที่คุ้นตากันดีคือ เส้นสีฝีแปรงหวัดๆ ฉับไว แสดงโครงสร้างของรูปทรงอย่างคร่าวๆ ไม่บรรจง แต่แม่นยำในสัดส่วน เป็นความตั้งใจที่จะไม่ทำให้เรียบร้อย เหมือนไม่เสร็จสมบูรณ์ เพื่อบันทึกอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่รู้จบ เพราะฉะนั้นงานของเขาจึงดูได้ไม่รู้เบื่อ

แต่ผลงานของเขาก็มีความหลากหลายตามช่วงเวลา และมีจุดเน้นหนักต่างกันในแต่ละช่วง งานที่นำมาจัดแสดงจำนวนกว่า 150 ชิ้น เป็นภาพรวมคร่าวๆ เท่านั้น เพราะเป็นเรื่องยากที่จะรวบรวมงานที่กระจัดกระจายไปแล้วให้ครบถ้วน แต่ก็พอมองเห็นรอยทางทั้งหมดของศิลปิน

หากแบ่งงานของสวัสดิ์ออกเป็นยุค น่าจะแบ่งได้สัก 4 ยุค คือยุคแรกอยู่ในระหว่างการศึกษา และเก็บเกี่ยวความสำเร็จจากเวทีการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ เป็นช่วงเวลาแห่งการฝึกฝนทักษะฝีมือจนเชี่ยวชาญในการประสานการแสดงออกที่แม่นยำกับความรู้สึกภายในเข้าด้วยกัน

ภาพทิวทัศน์ที่เขียนขึ้นอย่างฉับพลัน แสดงร่องรอยฝีแปรงปาดตวัดทิ้งปลายอย่างอิสระ เพื่อถ่ายทอดมิติเวลาของบรรยากาศที่ศิลปินแลเห็นลงในภาพ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาเค้าโครงและน้ำหนักของรูปทรงต่างๆ ไว้ตามสัดส่วนที่สมจริง อาจกล่าวได้ว่าสวัสดิ์สนใจความงามของบรรยากาศภายใต้สำนึกเรื่องเวลา เพราะฉะนั้นเขาจึงมักจะชอบเขียนภาพที่แสดงการแปรเปลี่ยนของเวลาในห้วงยามที่ต่างกัน เช่น ภาพบรรยากาศในฤดูฝน หรือภาพบรรยากาศยามเช้าและยามเย็น เป็นต้น หากเปรียบเทียบกับจิตรกรยุคเดียวกันอย่าง ทวี นันทขว้าง ยิ่งเห็นได้ชัด เพราะจิตรกรรมของทวีต้องการแสดงความงามของรูปทรงที่นิ่งสถิตอยู่เหนือกาลเวลา เพราะฉะนั้นจึงขับเน้นมวลของรูปทรงขึ้นมาด้วยการตัดเส้นรอบนอกชัดเจน และข่มบรรยากาศโดยรวมของภาพไว้ด้วยโทนสีเคร่งขรึมไม่บ่งบอกเวลา

งานยุคที่สองของสวัสดิ์คือระหว่างที่เขาไปศึกษายังสถาบันวิจิตรศิลป์แห่งกรุงโรม ประเทศอิตาลี กระทั่งกลับมาค้นคว้าทดลองต่ออีกระยะ ท่ามกลางดินแดนที่เป็นศูนย์กลางสำคัญทางศิลปะอีกแห่งหนึ่ง เป็นช่วงที่เขาเริ่มละจากความสมจริงตามที่ตาเห็นภายนอก และปลดปล่อยให้ความรู้สึกภายในเป็นตัวกำหนดเค้าโครงทั้งหมดแทน เพราะฉะนั้นสัดส่วนของสิ่งที่ปรากฏในภาพจึงเป็นการแสดงความงามพิสุทธิ์ของทัศนธาตุทางศิลปะมากกว่าการบอกเล่าเรื่องราวอย่างอื่น จะเห็นได้จากงานจิตรกรรมสีน้ำมันชุดที่เขาเขียนภาพบ้านเมืองในอิตาลี เช่น ภาพ “วันฝนตกที่บรัคซาโน” (ปี 2502) และภาพ “มิลานเก่า” (ปี 2503) เขาจะลงพื้นด้วยเนื้อสีแทนบรรยากาศโดยรวมก่อน แล้วลากเส้นลงน้ำหนักขับเน้นโครงสร้างของรูปทรงเป็นระนาบตามที่ “ใจ” เห็นว่างาม และแต่งเติมรายละเอียดที่น่าสนใจบ้าง แต่ก็ตัดเอาเฉพาะส่วนสำคัญ และไม่ได้บันทึกตามที่ “ตา” เห็นทั้งหมด จนเกือบจะเป็นภาพกึ่งนามธรรม

หลังจากกลับมาเมืองไทย สวัสดิ์ทดลองใช้วิธีเดียวกันถ่ายทอดบรรยากาศในบ้านเราบ้าง เช่น ภาพ “บ้านชาวประมง มหาชัย” (ปี 2507) แต่สิ่งปลูกสร้างตามชนบทไม่ได้เป็นตึกมีเหลี่ยมมุมชัดเจนเหมือนในเมือง เพราะฉะนั้นโครงสร้างของรูปทรงจึงยิ่งสลายกระจัดกระจาย เปิดและเลื่อนไหลเป็นอิสระตามธรรมชาติ จนกระทั่งเขาสกัดออกมาเป็นภาพนามธรรมที่แสดงลีลาการเคลื่อนไหวของรอยแปรงสัมพันธ์กันเป็นกลุ่มเท่านั้น

งานในยุคที่สามเป็นช่วงที่เขารับราชการเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยช่างศิลปะ ด้วยงานในหน้าที่ทั้งบริหารและสอน รวมทั้งภารกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น นำคณะอาจารย์และนักศึกษาไปปั้นหล่อลวดลายประดับองค์พระธาตุพนมช่วงกลาง หรืองานขยายพระพาหาและพระกรของพระพุทธรูปประธานพุทธมณฑล เป็นต้น การสร้างสรรค์งานส่วนตัวย่อมขาดตอน แต่กระนั้นก็ยังมีงานวาดเส้น งานจิตรกรรมสีน้ำและสีน้ำมัน ซึ่งบันทึกความประทับใจต่อสถานที่หรือโบราณสถานสำคัญ และพอจะเห็นงานที่มีร่องรอยการริเริ่มทดลองบ้าง ขาดเพียงความต่อเนื่องเท่านั้น

มาถึงยุคที่สี่คือหลังจากเกษียณอายุราชการถึงปัจจุบัน กลับเป็นช่วงที่เขาสร้างสรรค์ผลงานได้มากมายและหลากหลาย มีงานดีๆ เปี่ยมคุณค่าเกิดขึ้นหลายต่อหลายชุดด้วยกัน เช่น งานจิตรกรรมสีน้ำชุดเรือประมง งานจิตรกรรมสีน้ำชุดทะเลและทิวทัศน์ งานจิตรกรรมสีน้ำมันชุดนามธรรมแสดงเนื้อหาอันเป็นอุดมคติ เป็นต้น และงานส่วนใหญ่ที่จัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ก็อยู่ในช่วง 20 ปีหลังนี่เอง

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้เสมอทั้งในงานวาดเส้น งานจิตรกรรมสีน้ำและสีน้ำมัน ของ สวัสดิ์ ตันติสุข คือ ความเพลิดเพลินสนุกสนานจากการทดลองทางกรรมวิธีที่หลากหลาย อย่างที่เขามักจะแนะนำเวลาสอนศิลปะว่าให้ “เล่นเรียน เรียนเล่น กับงานศิลปะ” เพราะฉะนั้นจึงเห็นเขาเล่นตั้งแต่มุมมองของภาพ อย่างการเขียนภาพย้อนแสง การเขียนภาพเวลากลางคืน หรือการเขียนภาพขณะฝนตก แม้จะมีเม็ดฝนกระเซ็นลงมาในภาพ เขาก็จะปรับแก้ให้เป็นพื้นผิวแสดงความชุ่มฉ่ำหรือปล่อยให้เป็นคราบที่บ่งบอกฤดูกาลในตัวมันเอง

ด้วยความชื่นชมในบรรยากาศ เขาจึงชอบเขียนภาพทิวทัศน์เป็นส่วนใหญ่ ทั้งทิวทัศน์ตามธรรมชาติ สถานที่สำคัญ ชุมชน และทิวทัศน์ในเมือง สิ่งที่เขาสนใจมักจะเป็นความสัมพันธ์ทางโครงสร้างในรูปทรงของสิ่งที่พบเห็น มิเพียงเท่านั้นเขายังสนใจความสัมพันธ์กับมิติเวลาในมโนภาพด้วย เพราะฉะนั้นเขาจึงทำลายความชัดเจนของโครงสร้างลงให้เลือนราง ด้วยการตวัดเส้นทิ้งปลายเปิดไม่เกาะกันเป็นรูปทรงปิดทึบ เพื่อให้บรรยากาศถ่ายเทถึงกันทั่วทั้งภาพ หากรูปทรงคือสถานที่หนึ่ง บรรยากาศก็คือห้วงเวลาหนึ่ง อารมณ์ความรู้สึกของศิลปินประสานกับสิ่งที่เขาพบเห็นกลายเป็นกระสวนหรือแบบอย่างเฉพาะตัว การเล่นในงานจิตรกรรมของสวัสดิ์ก็คือร่องรอยของปฏิกิริยาระหว่างตัวเขากับบรรยากาศที่เขาประทับใจนั่นเอง ภาพที่ปรากฏบ่งบอกว่าเขามองเห็นธรรมชาติของความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อาจกล่าวได้ว่าเขามองเห็นอาการเคลื่อนไหวของเวลา ซึ่งจะพัดพาทุกสิ่งทุกอย่างให้กระจัดกระจายหายไปสิ้น และร่องรอยที่หลงเหลืออยู่ระหว่างนั้นก็คือความงาม

การทิ้งรอยให้รู้สึกได้ถึงความแปรผันที่ไม่จบสิ้น พบได้ทั้งในงานจิตรกรรมสีน้ำและสีน้ำมัน แต่เขาจะขึ้นชื่อในการเขียนสีน้ำเป็นพิเศษ สวัสดิ์เล่นกับสีน้ำทั้งวิธีการระบายแบบเปียกและแห้ง ทั้งการใช้พู่กันปาดสี และหยด-พรม-เช็ด-ทิ้งรอยเปื้อน ทั้งการเขียนให้เห็นกระจ่างชัด และสลายโครงสร้างของรูปทรงด้วยบรรยากาศที่กระจายเข้ามาเจือจาง นอกจากนี้เขายังนำกรรมวิธีที่ค้นพบและชื่นชอบไปขยายเป็นงานนามธรรม เพื่อแสดงคุณลักษณะของสีน้ำโดยเฉพาะด้วย

งานจิตรกรรมสีน้ำมันที่เขียนขึ้นนอกสถานที่ก็มีความแม่นยำในโครงสร้างของรูปทรงและบรรยากาศ แต่ที่เขานำมาพัฒนาจนเหมาะสมกับคุณสมบัติของวัสดุและการเพ่งพินิจในห้องทำงานก็คืองานแนวนามธรรม ซึ่งสกัดตัดทอนทั้งรูปทรงและบรรยากาศจากธรรมชาติจนได้ลักษณะอันเป็นสากลออกมา เป็นภาพในอุดมคติที่อยู่เหนือสถานที่และเวลาทั้งปวง เช่น ภาพ “สายลม” (ปี 2536) หรือภาพ “สู่สวรรค์” (ปี 2536) เป็นต้น

ความสำเร็จในชีวิตของ สวัสดิ์ ตันติสุข เป็นตัวอย่างที่น่าพิจารณา อย่างที่เขากล่าวไว้ในสูจิบัตรประกอบนิทรรศการว่า งานศิลปะสำหรับเขานั้นเป็นทั้ง “อาชีพหลัก” และ “นำมาซึ่งความสุข และเป็นกำไรแห่งชีวิต” หากไล่เรียงประวัติการทำงานและผลงานควบคู่กันมา จะพบปัจจัยหนึ่งคือความสัมพันธ์สอดคล้องกับสังคมไทยโดยรวม มิได้ล้ำหน้าหรือล้าหลังเกิน ขณะเดียวกันก็สามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างมีพลังสม่ำเสมอ ความพอดีไม่ขาดไม่เกินนี้นอกจากจะเป็นองค์ประกอบของความงามทางศิลปะแล้ว ยังก่อให้เกิดความกลมกลืนราบรื่นแก่ชีวิตด้วย แต่ยุคสมัยที่ต่างกันย่อมมีจุดสมดุลที่ไม่เหมือนกัน แล้วแต่ใครจะค้นพบและดำเนินตาม

อย่างไรก็ตามความแตกต่างของยุคสมัยก็เป็นแค่เรื่องของวัตถุนั่นเอง แต่ธรรมชาติของมนุษย์ไม่เคยเปลี่ยน เพราะฉะนั้นการศึกษาจากรอยทางของผู้ที่มาก่อนย่อมได้ประโยชน์ เพียงแต่ไม่จมไปกับเรื่องเฉพาะหน้าอย่างเดียว และรู้จักมองยาวตลอดทั้งชีวิตบ้าง อาจจะได้คำตอบที่เหมาะสมว่าสมควรจะดำเนินชีวิตกันอย่างไร.

เขียน : 02/05/2008


http://www.nokbook.com/art_sawasditan.html
 

hi5 Games

Play hi5 Games

THE SCHOOL OF FINE ART hasn't played any games recently.

 

Journal

View 1 Entry    Add Comment

อาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข ได้จากพวกเราไปแล้ว 4 สิงหาคม 2552 เวลา 22.40 น.
วัดมกุฏกษัติยาราม  ศาลา 7 
พิธีรดน้ำศพ วันที่ 6 สิงหาคม 2552 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

Applications

Browse Applications

PhotoBuzz
Make your friends smile! Animate their photos with Hugs, kisses, hearts and much more...

Einstein Quote of the Day
See a new Einstein quote every day. Funny and smart!

Glitter Text
It's the world's easiest glitter text tool! Add sparkles, borders, animation, and more!

Top Friends
Who are your Top Friends? Keep track of your best friends right on your profile with Top Friends!

 

Widgets

 



 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

THE SCHOOL OF FINE ART has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for THE SCHOOL OF FINE ART

Jan 8 5:16 AM
chuck says:
 
C.FEROCI TO SIAM


ศุกร์ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๓ ขอเชิญศิษย์อาวุโส-ศิษย์ปัจจุบัน ร่วมรับประทานอาหาร/พบปะพูดคุยเนื่องในวันแห่งการมาถึงเมืองไทย ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ปีที่ ๘๗
ณ ลานอาจารย์ศิลป์ คณะจิตรกรรมฯ เวลา ๑๖.๓๐-๒๐.๐๐ น.


จัดโดยคณะจิตรกรรมฯ/สำนักวิจัยศิลป์ พีระศรี
โดย: ปริญญา ตันติสุข [8 ม.ค. 53 10:26]
 
Jan 8 5:15 AM
chuck says:
 
C.FEROCI TO SIAM


ศุกร์ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๓ ขอเชิญศิษย์อาวุโส-ศิษย์ปัจจุบัน ร่วมรับประทานอาหาร/พบปะพูดคุยเนื่องในวันแห่งการมาถึงเมืองไทย ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ปีที่ ๘๗
ณ ลานอาจารย์ศิลป์ คณะจิตรกรรมฯ เวลา ๑๖.๓๐-๒๐.๐๐ น.

จัดโดยคณะจิตรกรรมฯ/สำนักวิจัยศิลป์ พีระศรี
โดย: ปริญญา ตันติสุข [8 ม.ค. 53 10:26]
 
Jan 7 6:51 AM
 
วันอาทิตย์ จะเกาะขา ลุงชู (พี่แบะ) ไป นะค่ะ ..น้ารันนนนน
 
Jan 7 5:13 AM
bird says:
 
สวัสดีปีใหม่ครับรุ่นพี่ สุขภาพแข็งแรง มีความสุขมากๆ คิดสิ่งใดสมหวังทุกประการครับ
 
Jan 5 9:36 AM
 
แจ้งหมายกำหนดการงานพระราชทานเพลิงศพอาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข คือวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553 เวลา 17.00 น. ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม นะคะ
 
Jan 5 9:36 AM
 
แจ้งหมายกำหนดการงานพระราชทานเพลิงศพอาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข คือวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553 เวลา 17.00 น. ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม นะคะ
 
 
Jan 1 9:57 AM
koong says:
 
ฝันดีคร่า
 
Jan 1 9:45 AM
koong says:
 
นั่นแหละ เก่งคร่า เก่ง
 
Jan 1 9:43 AM
koong says:
 
เย้ๆๆๆๆๆๆ เจอแว้ววว
 
Jan 1 9:40 AM
koong says:
 
อ่าว ก็เห็นอยู่อ่ะ ในเฟสบุ๊กแอดกุ้งเป็นเพื่อนด้วย เร็ว
 
Jan 1 9:37 AM
koong says:
 
Chuckbruno ของปู่ป่ะ
 
Jan 1 9:35 AM
koong says:
 
ของปู่รูปทางเข้าป่าป่ะ เขียวๆอ่ะ
 
Jan 1 9:31 AM
koong says:
 
แรกๆ ก็เงี้ย เดี่ยวกะเป็งเองแหละคุงปู่
 
Jan 1 9:26 AM
koong says:
 
ช่ายยยยยยยยยยยยย
 
Jan 1 9:21 AM
koong says:
 
เทียบเชิญแล้วนะค่ะคุงปู่
 
Jan 1 9:06 AM
koong says:
 
เอาเมล์มาจิ ..... เร๊ว จะได้เทียบเชิญ
เร็วคคุงปู
 
Jan 1 8:35 AM
koong says:
 
คุงปู่....นานๆจะเข้ามาดูไฮไฟอ่ะ....ไปเล่นเฟสบุ๊กบ้างดิคุงปู่ ....เจอกันในเฟสบุ๊กนะ
 
Jan 1 5:40 AM
koong says:
 
ฮ่วยๆๆๆๆๆๆ งั้นสุขภาพแข็งแรงแล้วกันนะค่ะ เมื่อสุขภาพแข็งแรงอายุก็ยืนยาวววววว เพี้ยง
 
Dec 31, 2009 9:39 PM
koong says:
 
ขอหั้ยคุงปู่ อายุยืนยาวเป็งหมื่นๆปีนะค่ะ

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks